ไฟรั่ว

ไฟรั่วมีสาเหตุมาจากอะไร ? และวิธีป้องกันเมื่อเกิดเหตุในช่วงหน้าฝน

ในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยเกิดฝนตกหนักน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ปัญหาที่เราควรเฝ้าระวังเป็นอันแรกเลยก็คือเรื่องของระบบไฟฟ้า อย่างไฟรั่ว ไฟดูด ไฟช็อต เพราะเป็นปัญหาที่อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตเหมือนหลาย ๆ ข่าวที่เราได้เห็นกันในช่วงที่ผ่านมา วันนี้ HomeTalks จึงขอมาบอกถึงสาเหตุของไฟรั่ว และวิธีป้องกันไฟรั่วเบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุ


ไฟรั่วคืออะไร ?

ไฟรั่ว คือ การที่กระแสไฟฟ้ารั่วไหลออกจากวงจรไฟฟ้าไปที่ผิวของสายไฟฟ้า หรือโครงโลหะของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า สาเหตุการเกิดไฟรั่วมีหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการเดินสายไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน ขาดการตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมถึงการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าเพราะใช้มาเป็นเวลานาน หากสัมผัสโดนอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้อย่างเช่น เกิดไฟดูดเมื่อเราไปสัมผัสกับสายไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกิดไฟรั่ว ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าสู่ร่างกายและลงสู่พื้นดิน ส่งผลให้หัวในทำงานผิดปกติ ถ้าไฟมีกำลังแรงอาจทำให้หัวใจเต้นอ่อนลงจนหยุดเต้นและเสียชีวิตในที่สุด ดังนั้น ควรหมั่นตรวจเช็คอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ


วิธีรับมือไฟรั่วเมื่อเกิดเหตุในช่วงหน้าฝน

อย่างที่เราได้เห็นข่าวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่าน จากการที่ฝนตกหนักและน้ำท่วมทำให้เด็กนักเรียนถูกไฟดูดเนื่องจากเกิดไฟฟ้ารั่วไหล HomeTalks จึงมีวิธีรับมือเมื่อเกิดเหตุในช่วงหน้าฝน มาฝากกันดังนี้…

ไฟดูด


1.ตรวจเช็คมิเตอร์ไฟฟ้า

มิเตอร์ไฟฟ้า

ทำการตรวจเช็คมิเตอร์ไฟฟ้า เริ่มจากนำบิลค่าไฟเดือนก่อนมาเปรียบเทียบกับมิเตอร์ปัจจุบันว่าตรงกันไหม หรือทำการตรวจสอบโดยปลดเบรคเกอร์หรือคัทเอาท์ลง แล้วตรวจสอบว่ามิเตอร์ยังหมุนอยู่หรือไม่ ถ้ามิเตอร์ยังคงหมุนอยู่ อาจเกิดจากไฟรั่ว หรือไฟฟ้าลัดวงจรลงดิน ควรให้เจ้าหน้าที่ หรือช่างไฟ ตรวจสอบหาสาเหตุต่อไป


2.ติดตั้งระบบไฟฟ้าสายดิน

ระบบสายดิน

การติดตั้งระบบไฟฟ้าสายดินที่เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถป้องกันไฟรั่วในหน้าฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากกระแสไฟฟ้ารั่วมาที่โครงเครื่องใช้ไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าที่รั่วออกมานั้น ก็จะเดินทางลงสู่ดินผ่านทางสายดิน ซึ่งในปัจจุบันทางการไฟฟ้านครหลวงแนะนำให้ติดตั้ง แต่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานกฎการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง


3.ติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว

เครื่องตัดไฟรั่ว

การไฟฟ้านครหลวงแนะนำให้ติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว เพื่อเสริมการป้องกันให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เช่น กรณีมีน้ำท่วมขัง หรือกรณีสายดินขาด โดยจุดต่อลงดินต้องอยู่ด้านไฟเข้าของเครื่องตัดไฟรั่วเสมอ


4.ตรวจเช็คสายไฟฟ้า/เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุดเสื่อมสภาพ

สายไฟฟ้า

หากสายไฟและเครื่องใช้ในบ้านของคุณเกิดชำรุด เสื่อมสภาพทั้งภายในและภายนอกบ้าน ควรรีบซ่อมแซมหรือซื้อมาเปลี่ยนใหม่ ยิ่งในช่วงหน้าฝนยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจมีน้ำท่วมขังในบ้านหรือนอกบ้าน ซึ่งน้ำเป็นตัวนำกระแสไฟฟ้าถ้าหากไฟรั่วอยู่บริเวณใดบริเวณหนึ่งที่มีน้ำขังอยู่ คนที่อยู่ในบ้านก็อาจได้รับอันตรายจากเหตุไฟดูด ไฟช็อต และอาจเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้


5.ตรวจสอบเต้ารับไฟฟ้า

เต้ารับไฟฟ้า

ทำการตรวจสอบเต้ารับไฟฟ้าดูว่ามีรอยแตกร้าวรอยไหม้ หรือมีการชำรุดบ้างหรือไม่ หากเต้ารับหลวมก็ควรขันสกรูให้แน่น ถ้ามีการแตกร้าวหรือพบรอยไหม้ก็ควรเปลี่ยนใหม่ และควรทดสอบเต้ารับทุกจุดว่ามีไฟหรือไม่ โดยใช้ไขควงวัดไฟแตะทดสอบ ไม่ควรใช้มือแตะโดยตรง


6.ไม่ควรสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าขณะตัวเปียก

น้ำท่วมขัง

ข้อสุดท้ายคือการหลีกเลี่ยงการสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือวงจรไฟฟ้าในขณะที่ร่างกายเปียก หรือยืนอยู่บนที่เปียกน้ำขัง น้ำท่วม โดยเฉพาะส่วนที่เป็นโลหะของอุปกรณ์ไฟฟ้า หากจำเป็นต้องสัมผัสให้ใช้วัสดุที่เป็นฉนวนไฟฟ้าปูพื้น เช่น แผ่นไม้แห้ง แผ่นยาง แผ่นพลาสติก ต้องสัมผัสวัสดุที่เป็นฉนวนไฟหรือช่วยเหลือบุคคลที่โดนไฟดูดควรรีบหาแหล่งที่เกิดไฟฟ้ารั่วและหาทางตัดวงจรไฟฟ้าเสียก่อนเข้าช่วยเหลือ หากเป็นกระแสไฟฟ้าแรงสูงควรแจ้งการไฟฟ้าโดยเร็วที่สุดเพื่อให้ตัดกระแสไฟฟ้า หรือรีบแจ้ง 1669 ให้เร็วที่สุด ไม่ควรประมาทเพราะหากไฟรั่วเกิน 30 มิลลิแอมป์ขึ้นไป อาจทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิตได้


ทั้งหมดนี้ก็เป็นสาเหตุของปัญหาและวิธีป้องกันเมื่อเกิดเหตุในช่วงหน้าฝนที่ HomeTalks นำมาฝากกัน ซึ่งเจ้าของบ้านควรทำการป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่างการติดตั้งระบบสายดินที่ทางการไฟฟ้านครหลวงได้แนะนำมา และสำหรับใครที่ชื่นชอบสาระเรื่องบ้านดี ๆ ก็สามารถติดตามบทความต่อไปของเราได้ที่เพจ HomeTalks-คุยเรื่องบ้าน และในเว็บไซต์ www.HomeTalks.co

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : การไฟฟ้านครหลวง 

เรียนจบถ่ายภาพแต่หลงรักการเล่าเรื่อง กำลังมองหาความสุขจากสิ่งรอบตัวในบ้าน เพราะเชื่อว่า “บ้าน” คือตัวตนของผู้อยู่

Post a comment

Hometalks คุยเรื่องบ้าน

Magazine made for you.

Elsewhere: