ทำไมกู้ซื้อบ้านต้องซื้อประกันบ้าน

 

การกู้เพื่อซื้อบ้านหลังหนึ่งนั้นเป็นเรื่องปกติสำหรับเราทุกคนที่อยากจะมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่การที่จะยื่นกู้เพื่อซื้อบ้านนั้นต้องผ่านการพิจารณาจากธนาคารก่อน ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงของรายได้ ภาระหนี้สิน ช่วงอายุ ประวัติการเงิน นอกจากที่กล่าวมาข้างต้น ‘การทำประกัน’ ก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ธนาคารต้องให้ผู้ขอกู้ซื้อบ้านทำด้วย แต่ทั้งนี้ประกันนั้นมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ประกันที่ต้องทำและประกันสำหรับเป็นทางเลือกเสริม แล้วประกันเหล่านี้คือประกันอะไร? จำเป็นต้องทำไหม? วันนี้ HomeTalks-คุยเรื่องบ้าน จะพาทุกท่านมาไขข้อสงสัยเหล่านี้กัน

 

ประกันกู้ซื้อบ้านนั้นแบ่งออกได้สองประเภท คือ ประกันที่จำเป็นต้องทำ กับ ประกันทางเลือกเสริมที่แนะนำ

 

ประกันที่จำเป็นต้องทำ คือ ‘ประกันอัคคีภัย’

ประกันอัคคีภัยเป็นประกันที่ต้องทำเมื่อสินเชื่ออนุมัติผ่านเนื่องจากประกันดังกล่าวจะคุ้มครองตัวอาคารสิ่งปลูกสร้างตัวบ้านตลอดจนทรัพย์สินภายในอย่าง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้ต่าง ๆ เหตุผลที่ต้องทำประกันอัคคีภัย เนื่องจากหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นก็จะมีเบี้ยประกันมาเยียวยาค่าเสียหาย ซึ่งประกันอัคคีภัยได้ครอบคลุมความเสียหายดังนี้

  • อัคคีภัย ไฟไหม้ต่อตัวอาคารตลอดจนทรัพย์สินภายใน
  • ภัยเนื่องจากน้ำ เช่น การรั่วไหลของน้ำภายในบ้าน แต่ไม่รวมอุทกภัย
  • ภัยจากการเฉี่ยวชน ภัยจากยานพาหนะต่าง ๆ ตลอดจนภัยจากอากาศยาน
  • ภัยจากการระเบิดต่าง ๆ
  • ฟ้าผ่า ตลอดจนความเสียหายที่มีต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกิดการลัดวงจรจากฟ้าผ่า

และยังสามารถซื้อประกันคุ้มครองอื่น ๆ ได้อีกอาทิ

  • ภัยจากอุทกภัย คุ้มครองไม่ว่าจะเกิดจากเหตุทางธรรมชาติหรืออุบัติเหตุก็ตาม เช่น น้ำท่วม น้ำไหลหลาก โคลนถล่ม ท่อน้ำสาธารณะแตก
  • ภัยจากธรณีพิบัติภัย ภัยที่มีสาเหตุจากแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ตลอดจนสึนามิ 
  • ภัยจากลูกเห็บ ภัยที่มีสาเหตุจากพายุลูกเห็บ ตลอดจนน้ำฝน น้ำค้างแข็ง หิมะ ทราย 

 

 

ประกันทางเลือกเสริมที่แนะนำ คือ ‘ประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อ’

ประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อ หรือ MRTA (Mortgage Reducing Term Assurance) เป็นประกันที่จะถูกเสนอขายเมื่อเรากู้ซื้อบ้าน ประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อเป็นประกันที่ไม่จำเป็นต้องซื้อก็ได้ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นประกันแล้วย่อมมีข้อดีอยู่แน่นอน เนื่องจากประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อเป็นกรมธรรม์ที่คุ้มครองสินเชื่อในช่วงระหว่างเวลาที่ผ่อนชำระอยู่ เพราะหากเกิดเหตุหารณ์ไม่คาดฝันต่อผู้ผ่อนชำระค่าบ้าน เช่น การทุพพลภาพไม่สามารถทำงานได้ ก็จะมีเบี้ยประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อ ส่งค่าบ้านตามระยะเวลาที่เหลือของเบี้ย 

 

ข้อสังเกตและข้อดีของประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อ

  • ระยะเวลาในการเอาประกัน ประกันประเภทนี้ควรเลือกทำประกันตามระยะเวลาหรือใกล้เคียงระยะเวลาที่ขอสินเชื่อ เช่น สินเชื่อบ้าน 20 ปี ก็ควรทำประกันนี้ 20 ปี
  • วงเงินทุนประกัน ประกันประเภทนี้ควรเลือกวงเงินทุนไม่ต่ำกว่า 70% ของราคาบ้าน 
  • ชำระเบี้ยเพียงครั้งเดียว ประกันประเภทนี้จะชำระเบี้ยประกันครั้งเดียวตอนสินเชื่ออนุมัติผ่าน
  • ป้องกันภาระที่จะตกไปยังคนข้างหลัง เพราะบริษัทประกันจะส่งค่าบ้านต่อแทนเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันต่อผู้เอาประกัน
  • ดอกเบี้ยสินเชื่อจะถูกลง เมื่อทำประกันประเภทนี้ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยสินเชื่อถูกลงตามเงื่อนไขของธนาคารนั้น ๆ
  • สามารถลดหย่อนภาษีได้ หากทำประกันประเภทนี้ในกรมธรรม์ที่มีระยะเวลาเอาประกันตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป สามารถนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาท

การทำประกันนั้นเป็นเหมือนทางออกปลายอุโมงค์ที่ช่วยเราเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เพราะชีวิตของเรานั้นไม่มีสิ่งใดแน่นอน การทำประกันบ้านจึงมีความสำคัญมากสำหรับคนมีบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับใครที่กำลังพิจารณามองหาประกันบ้านเพื่อเป็นหลักประกันเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน HomeTalks ขอแนะนำ TQM Home ที่มีประกันบ้านอย่างประกันบ้านแสนรัก จากทิพยประกันภัย  มีเบี้ยเริ่มต้นเพียงปีละ 1,800 บาท ที่มาพร้อมเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาเรื่องประกันภัยบ้านฟรี 24 ชั่วโมง เคลมสะดวก พร้อมดูแลทุกผลประโยชน์ของผู้อยู่อาศัย สนใจสามารถคลิกลิงก์ด้านล่างได้เลย! 

 

Pimpaporn SEO

Pimpaporn SEO

บทความถัดไป

  ‘บ้าน’ หรือ ‘ที่อยู่อาศัย’ นั้นเปรียบได้ดั่งสิ่งที่สะท้อนตัวตนของเจ้า